MEMBER PRIVILEGES SIGN UP NOW

MEMBER PRIVILEGES Sign Up To Get 10% Member Discount

No Thanks

รีวิวที่พัก : Live a Dream in The Tubkaak Krabi Boutique Resort

June 27, 2023
The Tubkaak Krabi Boutique Resort
Travel Date
Room
Adult
Child
Room
1
Adult
2
Child
0
4-12 years
Promo Code
Button

ทริปเอาใจตัวเองคราวนี้จะทำให้กระบี่ดีกว่าทุกครั้ง ณ ‘The Tubkaak Krabi Boutique Resort’ ใช้ชีวิตแบบลูกคุณ ทรีตตัวเองเป็นเจ้าหญิง เที่ยวคุ้ม กินอิ่ม นอนอุ่น แล้วตื่นมาด้วยรอยยิ้มอันสดใส ทักทายธรรมชาติ ทานเบรคฟาสต์ริมหาด จี๊ดจ๊าดกับน้ำมะม่วงเบาปั่น ช่วงกลางวันก็จิบอาฟเตอร์นูนที แล้วไปปรนนิบัติตัวเองแบบแสนดีที่สปา ก่อนกลับมาดินเนอร์ชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก วันต่อมาก็ล่องเรือไปปิคนิคทำกิจกรรมแบบคนคูล โพสต์ท่าให้สวยสับกับวิวที่ปังสุด ลงสตอรี่รัวเป็นจุดไข่ปลา อัพรูปมาคนไลก์สนั่น ให้ 4 วัน 3 คืน ของทริปนี้มีแต่คอมเม้นท์ว่า ดี เริ่ด สวย อิจฉา กระหน่ำมาใต้รูปแบบไม่หยุดไม่หย่อนไปเลย
𝗘𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗧𝘂𝗯𝗸𝗮𝗮𝗸 𝗞𝗿𝗮𝗯𝗶 ใช้ #เราเที่ยวด้วยกัน ห้องพัก 3 วัน 2 คืน
รวมอาหารเช้า พร้อมสิทธิพิเศษ เลือกได้ 2 รายการดังนี้
– รถรับส่งสนามบินกระบี่แบบส่วนตัว
– เซ็ตอาหารเย็นพื้นถิ่น เมนูจาก Chef ระดับ Michelin Star
– นวดไทย 60 นาทีต่อท่าน ที่ L’escape Spa
– ทริปล่องเรือหมู่เกาะห้อง แบบ Join Trip ( ไม่รวมเซ็ตปิคนิค)
ราคาเริ่มต้น 7,800 บาท (ราคาหลังหักส่วนลดเราเที่ยวด้วยกัน )
จองวันนี้และเข้าพัก 8 ก.พ. – 31 พ.ค.65
จอง : https://bit.ly/3pvBWaS ระบุ Promotion Code : TK40
.
ข้อมูลเพิ่มเติม
FB : The Tubkaak Krabi Boutique Resort
Tel : 075-628456
el. 075 628 456
Email. rsvn@tubkaakresort.com
Inbox message m.me/thetubkaakkrabiboutiqueresort
Line official https://lin.ee/aM1lHtz
พิกัด : g.page/thetubkaakkrabiboutiqueresort?share

ไฮไลท์ของทริปนี้คือการล่องเรือไปหมู่เกาะห้อง ซึ่งประกอบด้วย เกาะห้อง เกาะผักเบี้ย และเกาะเหลาลาดิง

ความประทับใจในประสบการณ์ที่ The Tubkaak Krabi Boutique Resort หากให้เราเล่าคงไม่จบในรีวิวเดียว แต่นอกจากห้องสวย บรรยากาศดี กิจกรรมเยอะ หาดทรายทอดยาวแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ การบริการที่เป็นเลิศของสต๊าฟทุกคนในโรงแรม เราขอยกให้เซอร์วิสของที่นี่เป็นอันดับต้น ๆ ของการบริการในไทยเลยแหละ

ดินเนอร์สุดโรแมนติกบอกลาแสงเย็นมันฟินสุด ๆ

The Tubkaak Krabi Boutique Resort ตั้งอยู่หาดทับแขก เป็นรีสอร์ทที่ทอดตัวลงจากเชิงเขาลงสู่ชายหาดอันเงียบสงบ ด้านหลังเป็นภูเขาที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ ด้านหน้าเป็นทะเลสามารถมองเห็นหมู่เกาะห้องทั้ง 13 เกาะ ภายในบริเวณที่พักมีความอุดมสมบูรณ์ layout ที่พักจะแตกต่างกันเนื่องจากทางรีสอร์ทต้องการรักษาต้นไม้น้อยใหญ่ไว้ตั้งแต่ก่อตั้ง อีกอย่างรีสอร์ทตั้งอยู่ในบริเวณเขาหงอนนาค ซึ่งคนกระบี่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคและบนเขาหงอนนาคจะมีตาน้ำศักดิ์สิทธิ ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดจากน้ำตาพญานาคด้วย

Day 1
แลนดิ้งสนามบินกระบี่ปุ๊บ ก็รีบรับกระเป๋าเดินทางที่อัดแน่นไปด้วยชุดและพร็อพต่าง ๆ แล้วเดินสับขาไปขึ้นลีมูซีนที่ทาง The Tubkaak Krabi Boutique Resort  จัดเตรียมไว้ให้ โดยตลอดการเดินทางจากสนามบินไปยังรีสอร์ท ก็มีการดูแลเป็นอย่างดี มี Welcome Drink เป็นน้ำส้มเย็น ๆ และขนมกินเล่นให้เราได้ชิล ๆ เพลิน ๆ เพียงไม่ถึงชั่วโมงเราก็มาถึงรีสอร์ทกันแล้ว

The Arundina
ช่างเป็นเวลาที่เหมาะเจาะจริง ๆ เพราะมาถึงก็เป็นเวลาของอาหารกลางวันพอดี มื้อแรกของเราเริ่มต้นด้วยอาหารรสเด็ดที่ห้องอาหาร The Arundina ให้บริการทั้งอาหารเช้าและอาหารเย็น มีทั้งอาหารใต้รสจัดจ้านและอาหารนานาชาติ ตั้งอยู่ติดริมชายหาด มองเห็นเกาะน้อยใหญ่ที่เรียงรายที่อยู่ด้านหน้าชายหาดออกไป

ด้วยแพลนที่ตั้งใจมาพักผ่อนรอบนี้คือ 4 วัน 3 คืน เลยขอเลือกพักห้อง 2 แบบ 2 สไตล์ เพื่อฟิลลิ่งที่แตกต่าง โดย 2 คืนแรกเราพักห้อง DELUXE ROOM และคืนสุดท้ายจะย้ายไปที่ PREMIER POOL VILLA ซึ่งแต่ละห้องจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน อย่างห้อง DELUXE ROOM ที่เราพักในคืนนี้เป็นบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน หลังคาคล้ายเรือหัวโทง ซึ่งห้องของเราจะอยู่ที่ชั้น 2

รอบ ๆ บริเวณร่มรื่นมาก สามารถเด่นเล่นได้แบบไม่เบื่อเลย และที่นี่ยังมีทางน้ำธรรมชาติที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ไหลมาจากเขาหงอนนาคซึ่งทางรีสอร์ทก็ได้นำน้ำทางจากธรรมชาตินี้มากรองเพื่อใช้ภายในรีสอร์ทด้วย

DELUXE ROOM
เข้ามาในห้อง พบกับความรู้สึกอบอุ่นจากโทนของไม้และไฟสีส้ม ภายในกว้างขวาง เพดานโค้งสูง หลังคาเป็นวัสดุธรรมชาติ เตียงใหญ่นุ่ม ผ้าห่มอุ่น พร้อมเครื่องนอนคุณภาพดีที่มั่นใจเลยว่าคืนนี้ต้องหลับฝันดีแน่นอน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน หรูหรา พร้อมตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนขนาดใหญ่

เดินเข้ามาในห้องน้ำ มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและห้องอาบน้ำภายในที่แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ซึ่งอ่างอาบน้ำของที่นี่เป็นอ่างหินขัด มีดอกไม้ลอยน้ำไว้หอมฟุ้ง และมีบาธโฟมไว้ให้สำหรับใครที่อยากตีฟองแช่น้ำด้วย

Beach Picnic
นั่งพักในห้องจนหายเหนื่อย ช่วงบ่ายแก่ ๆ เราก็ออกมานั่งกินลมริมหาดกับ Set Beach Picnic หรืออาฟเตอร์นูนที ทานของว่างพลางชมวิวทะเล รับลมเย็น ๆ ดื่มน้ำผลไม้ หยิบขนมเข้าปาก เม้ามอยกันออกรสชาติ มันช่างได้ฟิลลิ่งสุด ๆ ไปเลย

ก่อนจะค่ำเราก็กลับมาที่ห้องอาหาร The Arundina พบกับอาหารใต้แสนอร่อยจากเชฟมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นคั่วกลิ้ง แกงส้ม น้ำชุบหยำ ใบเหลียงผัดไข่ แกงเลียงผักรวม เราชิมด้วยตัวเองแล้ว อร่อยมากกกก กไก่ล้านตัว ที่สำคัญคือเค้านำวัตถุดิบท้องถิ่นมาประกอบอาหารได้อย่างคุ้มค่าสุด

Day 2
หลังจากหลับสบายทั้งคืนจนตื่นมาสดใสพร้อมออกไปสัมผัสธรรมชาติ วันนี้เรานัดเรือไว้ช่วงเช้าเพื่อล่องไปทัวร์หมู่เกาะห้อง เกาะผักเบี้ย และเกาะเหลาลาดิง เพียง 15 นาทีเราก็จะเจอกับจุดแรกที่เรานับว่าเป็นไฮท์ไลท์ของทริปเลยคือลากูนเกาะห้องที่อยู่ด้านในซึ่งเป็นอ่าวปิด ต้องนั่งเรือหรือพายเรือคายัคเข้าไปในช่องเขา จะเจอเวิ้งที่เป็นลักษณะเหมือนทะเลสาบสีฟ้าสวยที่มีภูเขาหินปูนโอบล้อมอยู่ ช่วงจังหวะที่ล่องเรือเข้าไปต้องเก็บและคลิปภาพไว้ให้ครบเลยนะ รับรองว่าได้รูปปังแน่นอน

มาถึงลากูนแล้ว สต๊าฟเรือก็จัดเซ็ต Picnic on the boat ที่เตรียมไว้มาวางให้เราได้นั่งชิล ซึ่งมีทั้งชุดคาวและหวาน ขนมเครื่องดื่มเพียบ ลองนึกภาพที่เราได้นั่งอยู่ตรงหัวเรือ ท่ามกลางลากูนมีน้ำทะเลใส ๆ และภูเขารายล้อมให้เราได้อรรถรสในการทานและถ่ายรูปแบบสวยคุ้มและฟินสุด ๆ ไปเลย

เกาะห้อง
ออกจากลากูนเราก็มายังจุดที่สองคือเกาะห้องตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ได้รับการขนานนามว่าเป็นมรกตแห่งท้องทะเลกระบี่ มีจุดเด่นคืออ่าว 2 อ่าวรูปทรงโค้งเรียงตัวเชื่อมต่อเข้าหากันจนมองดูมีลักษณะคล้ายปีกนก โดยมีสันทรายเล็กๆ และภูเขาหินแบ่งแยกสองชายหาดออกเป็นหาดทางทิศใต้และชายหาดทางทิศเหนือ ชายหาดสวยงามที่ทอดยาว ทรายขาวนุ่มละเอียด น้ำทะเลใสเป็นเขียวมรกต มีฝูงปลาเล็กปลาน้อย แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป อีกหนึ่งไฮไลท์คือจุดชมวิวเกาะห้องที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ สามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพรอบ ๆ เกาะได้อย่างเต็มตา การขึ้นฝั่งที่นี่มีค่าธรรมเนียมเข้าเกาะ 20 บาท

เกาะผักเบี้ย
มาต่อกันที่เป็นเกาะเล็กๆ ด้านหลังของเกาะห้อง คือเกาะผักเบี้ย จุดเด่นของที่นี่คือความใสของน้ำและชายหาดที่แอบมีแหวกระหว่างเกาะทำให้ดูคล้ายทะเลแหวก บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น มีต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่ริมหาด

เกาะเหลาลาดิง
และเกาะสุดท้ายของวันนี้ ก็คือเกาะที่นักท่องเที่ยวเรียกว่าเป็นเกาะสวรรค์ เพราะน้ำใสจนสะกดใจไปเลย เกาะนี้เราเล่นน้ำกันสนุกสนานเป็นการปิดท้ายทริปล่องเรือให้สมบูรณ์แบบที่สุด

กลับมาถึงรีสอร์ทก็พบกับมื้อเที่ยงเป็นรางวัลของคนตั้งใจเที่ยวเป็นชุดขนมจีนน้ำยาใต้ที่มีทั้งไตปลาและน้ำยากะทิปู เสิร์ฟพร้อมไก่ทอดและผักแบบจัดเต็ม พร้อมกับน้ำมะพร้าวสด ๆ ต่อให้เที่ยวมาเพลียขนาดไหนก็หายเหนื่อยแถมยังมีแรงฟิตไปทำกิจกรรมต่ออีกทั้งวัน

อิ่มท้องกันแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะท้องแตก เพราะนั่งพักให้ย่อยสักแปป เราก็ต้องหากิจกรรมขยับร่างกาย เปลี่ยนโหมดมาแอดเวนเจอร์ริมทะเล  ซึ่งที่ The Tubkaak Krabi Boutique Resort เค้าก็มีกิจกรรมให้เราทำไม่ว่าจะเป็น พายเรือคายัค หรือ Stand Up Paddle Board แน่นอนวัยรุ่นอย่างเรามีหรอจะพลาด ไม่รอช้ารีบคว้า Board วิ่งลงทะเลทันที

ทำกิจกรรมมาทั้งวัน จนแอบผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีพระอาทิตย์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีสาดแสงทองอร่ามมาสะท้อนผืนน้ำ เป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาของดินเนอร์แล้ว

Romantic Dinner
วันนี้เรายกให้เป็นดินเนอร์สุดพิเศษของทริปนี้ เพราะที่นี่ได้จัด Romantic Dinner ริมหาด โต๊ะอาหารที่รายล้อมไปด้วยแสงเทียนวิบวับประดับประดานั่งดูแสงเย็นสีส้มและสีม่วงตัดกับเส้นขอบฟ้า พร้อมกับเมนูอาหารจานพิเศษที่รังสรรค์มาจากเชฟ David Thompson เชฟอาหารไทยระดับดาวมิชลินคนแรกของโลก นี่ขนาดมากับเพื่อนยังตื่นตาตื่นใจกับความปังตรงหน้าขนาดนี้ แล้วถ้ามากับคนรู้ใจจะอินขนาดไหนคิดดู๊วววว

Day 3
สวัสดียามเช้ากับเบรคฟาสต์ริมทะเล ที่ห้องอาหาร The Arundina ที่นี่ให้บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ มีทั้งอาหารไทย และนานาชาติ มีผลไม้ ขนมหวาน สลัด เบอเกอรี่ และเมนูพิเศษของแต่ละวันที่แตกต่างกันไม่ซ้ำทำให้เราตื่นเต้นไปได้ทุกวันเลย

อิ่มท้องจากมื้อเช้าแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ สักงีบ ก่อนจะหยิบวันพีชออกมาใส่ แล้วเดินไปที่สระว่ายน้ำ ที่นี่มีสระส่วนกลางไว้ให้บริการ ตรงนี้เป็นจุดที่เงียบสงบ เหมาะกับการมานั่งเล่นชิว ๆ หรือจะแช่น้ำกับเพื่อน

L’escape Spa
เล่นน้ำเสร็จก็ขอเดินเข้าสปาที่อยู่ติดกับสระไปเลย สปาที่นี่โดดเด่นไม่เหมือนใครตั้งแต่การออกแบบที่เป็นปล่องสูงโปร่งมีช่องรับแสงด้านบนอินสปายมาจากต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ไปจนถึงคอร์สต่าง ๆ ของสปาที่นี่ วันนี้เราขอเลือกนวดน้ำมันอโรม่าฟิน ๆ จัดให้หนักไปเลย ซึ่งเราทราบมาว่าน้ำมันของที่นี่มาจากวัตถุดิบสดใหม่จากสวนออร์แกนิกของรีสอร์ทเอง

Di Mare Restaurant
ดินเนอร์ของคืนสุดท้ายเราขอฝากท้องไว้กับห้องอาหารอิตาเลี่ยนที่อยู่อีกคนละฟากกับ The Arundina ที่เน้นไปทางเมนูเด่นจากทางตอนใต้ของอิตาลี เน้นการปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว ที่ขาดไม่ได้คือเกลือพิ้งก์ซอลท์ รวมถึงแป้งพิซซ่าสูตรพิเศษของทางรีสอร์ตซึ่งอบในเตาฟืน อ้อ!! สาวกร๊อกเก็ตอย่างเราเลิฟมากเพราะที่นี่ปลูกผักร๊อกเก็ตแบบออแกนิกเองด้วย

Day 4
วันสุดท้ายของทริป เราขอใช้เวลาให้เต็มที่กับห้อง PREMIER POOL VILLA ที่เราย้ายมาตั้งแต่เมื่อวาน ก็แน่สินะ ได้พักวิลล่าสุดหรูขนาด 110-130 ตร.ม. พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดนี้ จะให้ไปไหน ทำกิจกรรมอะไรมากมายเดี๋ยวจะใช้ห้องไม่คุ้มสิ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องแต่งตัวส่วนตัว ห้องอาบน้ำและห้องสุขาแยกออกจากกัน เพดานยังคงสูงโปร่งให้ความโล่งสบายอยู่ เตียงนุ่ม ผ้าห่มอุ่น ชุดเครื่องนอนชั้นเลิศเหมือนเดิม ความดีงามมาตรฐานไม่เคยลดลงเลยไม่ว่าจะห้องแบบไหน

Experience The Tubkaak Krabi Boutique Resort ครั้งนี้สำหรับเรา เป็นที่พักที่ให้มากกว่าแค่การพักผ่อน เพราะเราสามารถเพลิดเพลินใจไปกับความสวยงามของธรรมชาติทั้งวิวทะเล แสงเย็นสวย ๆ ว้าวไปกับกิจกรรมต่าง ๆ และเริงร่าไปกับความหรูหราของทุกบริเวณในรีสอร์ท เหมาะกับมาเที่ยวพักผ่อนไม่ว่าจะคู่รัก ครอบครัว หรือแก๊งเพื่อน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาพักที่นี่ดู แล้วจะรู้ว่าทุกช่วงเวลามันคุ้มค่าทุกวินาที ให้รางวัลตัวเองด้วยที่พักดี ๆ แบบนี้กัน
ด้วยรัก
บันทึกคนขี้เที่ยว